ขสมก. แจงยิบกรณียกเลิกติดตั้งเครื่องเก็บค่าโดยสาร 2,600 คัน ยกเลิกไม่ต้องจ่ายค่าเช่าส่วนที่ยกเลิก และไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับองค์กร นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ และรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข้อวิจารณ์การยกเลิกเครื่องเก็บค่าโดยสาร หรือแคชบ็อกซ์ (Cash box) บนรถโดยสารประจำทางว่า ตามที่สื่อโซเชียลมีเดียหลายแห่ง

ได้นำเสนอข่าวยกเลิกเครื่องเก็บค่าโดยสาร บนรถโดยสารประจำทาง จากกรณีนายณัฐชาติ  จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. กล่าวถึงการยกเลิกเครื่องเก็บค่าโดยสาร บนรถโดยสารประจำทางทั้งหมด จากเดิมที่ได้ติดตั้งไปแล้ว 100 คัน เนื่องจากพบว่า ระบบไม่เสถียร มีการทดลองหลายครั้งก็ใช้งานไม่ได้ อีกทั้งไม่ได้ทำให้การลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร เป็นไปตามที่วางแผนไว้ด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวสื่อโซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งวิจารณ์ในเชิงลบ พร้อมตั้งคำถามถึง ขสมก.ว่าจะรับผิดชอบต่องบประมาณที่ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไร นั้น

นายประยูร กล่าวต่อว่า ขสมก. ขอชี้แจงว่า ​1.คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 21 ต.ค.57 ให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการนำระบบตั๋วร่วม (E-ticket) มาใช้ในการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนที่สัญจรโดยเรือโดยสาร รถไฟฟ้า และรถโดยสารประจำทาง และให้คำนึงถึงการให้บริการแก่ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงระบบบริการขนส่งสาธารณะ ขสมก. จึงได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งระบบ E-Ticket และเครื่องเก็บค่าโดยสาร ในรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จำนวน 2,600 คัน ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดย ขสมก.ได้ทำสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) กับกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน โดยบริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน)เป็นบริษัทหลัก มีกำหนดการเช่า 5 ปี ตามสัญญาเลขที่ ช.15/2560 ลงวันที่ 15 มิ.ย.60. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews